ยินดีต้อนรับสู่บล็อกวัดดาวดึงษาราม
เรื่องทั่วไป สิงหาคม 1st, 2007ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บล็อกวัดดาวดึงษาราม
บล็อกคือเว็บไซต์อีกรูปแบบหนึ่ง ที่ใช้บันทึกส่วนตัว ความเป็นไปต่าง ๆ บทความ ที่เมื่อโพสต์บทความไปแล้ว ผู้ชมสามารถแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับบทความนั้นได้ หรือสมัครสมาชิกเพื่อเขียนบทความก็ได้ ต่างจากทำเว็บรูปแบบเดิมที่ผู้ทำเว็บสามารถเขียนบทความต่าง ๆ ได้เพียงผู้เดียวและไม่สามารถแสดงความเห็นเกี่ยวกับบทความนั้นได้
การทำบล็อกสำหรับวัดดาวนี้ ก็เพื่อให้ทุกท่าน สามารถเขียนบทความ แสดงแนวคิดเรื่องราวต่าง ๆ ได้ เขียนบทความเรื่องราวต่าง ๆ ที่ต้องการเขียน ถือเป็นส่วนเพิ่มเติมจากเว็บวัดดาวที่มีอยู่เพิ่ม ทำให้ทุก ๆ ท่านสามารถมีส่วนร่วมในการทำเว็บไปด้วย นอกจากนี้แล้วจะได้มีพื้นที่ที่จะแสดงแนวคิดต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น
การเขียนบทความนั้น เพียงแต่ลงทะเบียนเข้ามาก็สามารถเขียนบทความต่าง ๆ ได้ รวมทั้งเมื่อเขียนไปแล้ว สามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ ให้มีข้อมูลที่ทันสมัยอยู่เสมอ หรือแก้ไขข้อความที่ผิดพลาดได้ง่ายยิ่งขึ้น
นอกจากนี้แล้ว ยังสามารถประยุกต์ใช้สำหรับแจ้งข่าวสารต่าง ๆ จากทางวัด หรือจากคณะศิษย์ต่าง ๆ เมื่อต้องการโพสต์ก็เขียนบทความ บทความนั้นจะอยู่ด้านหน้าของเว็บ ทำให้ค้นหาได้สะดวก เมื่อมีบทความที่หลากหลาย จะเป็นสิ่งดึงความสนใจของผู้ชมเว็บ ให้มีส่วนร่วมได้ ซึ่งอาจจะมีผลทำให้มีผู้ชมเข้ามาอ่านบทความเรื่อย ๆ และมีจำนวนผู้ชมมากขึ้น
บทความนั้นอาจจะเป็นการเล่าเรื่องราวในอดีต มุมมองเกี่ยวกับสังคมในปัจจุบัน การใช้ธรรมะในการดำรงชีพในปัจจุบันเป็นต้น บทความเหล่านี้ มีคุณค่าทั้งสิ้น การมีบล็อกจะทำให้มีความรวดเร็วในการแจ้งข่าวสารต่าง ๆ รวมทั้งเป็นคนละส่วนกับที่ทางเว็บมาสเตอร์ทำ และส่วนนี้ไม่ได้เป็นการลดการทำงานหรือความสำคัญของเว็บมาสเตอร์ แต่เป็นการเติมเต็มทำให้เว็บสามารถสื่อสารกับผู้ชมและทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับเว็บมากยิ่งขึ้น
2 Responses to “ยินดีต้อนรับสู่บล็อกวัดดาวดึงษาราม”
Leave a Reply
You must be logged in to post a comment.
กุมภาพันธ์ 23rd, 2009 at 15:17
ข้าวรพุทธเจ้า เอามโนและศิระกราน
นบพระภูมิบาล บุญดิเรก
เอกบรมจักริน พระสยามินทร์
พระยศยิ่งยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ผลพระคุณ ธ รักษา ปวงประชาเป็นสุขศานต์
ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด
จงสฤษดิ์ดัง หวังวรหฤทัย
ดุจถวายชัย ชโย
กุมภาพันธ์ 23rd, 2009 at 15:27
เมตตา
ในสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดวิกฤติในหลาย ๆ ด้าน จนทำให้บางคนอาจเกิดความเครียดได้ ดังนั้น เพื่อเป็นผลดีแก่ตัวเองและอีกหลายคน ขอให้ท่านทั้งหลายแผ่เมตตาให้แก่ผู้ที่เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ ร่วมเกิด ร่วมแก่ ร่วมเจ็บ ร่วมตาย และอย่าลืมแผ่ให้ตนเองด้วยนะครับ คำว่า “เมตตา” พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ได้อธิบายไว้ว่า หมายถึง “ความรักและเอ็นดู, ความปรารถนาจะให้ผู้อื่นได้สุข, เป็นข้อ ๑ ในพรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา”
บทแผ่เมตตาสำรับคนอื่นนั้น มีดังต่อไปนี้
สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย
อัพยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย
อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย
สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีแต่ความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ
เมื่อแผ่เมตตาให้แก่บุคคลอื่นแล้ว ก็อย่าลืมแผ่ให้ตัวเองด้วย ซึ่งบทแผ่เมตตาให้ตัวเองนั้น มีดังต่อไปนี้
อะหัง สุขิโต โหมิ ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข
อะหัง นิททุกโข โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากความทุกข์
อะหัง อะเวโร โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากเวร
อะหัง อัพยาปัชโฌ โหมิ ขอให้ข้าพเจ้าปราศจากอันตรายทั้งปวง
สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ ขอให้ข้าพเจ้าจงมีแต่ความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวงเถิด
เมื่อแผ่เมตตาให้ทั้งแก่คนอื่นและแก่ตัวเองแล้ว ใจสบายขึ้นหรือยังครับ
สำรวย นักการเรียน